Make your own free website on Tripod.com
เวปไซท์นี้ จัดทำโดย สถานีตำรวจภูธร อำเภอแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ...........ติดต่อ ผู้ทำ ...................

รู้จักอำเภอแหลมสิงค์

ประวัติศาสตร์ของอำเภอแหลมสิงห

อำเภอแหลมสิงห์ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี ได้เริ่มจัดการปกครองตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ ปี ร.ศ.116 (พ.ศ.2440) จัดตั้งยกฐานะเป็นอำเภอแหลมสิงห์ในปลาย ปี ร.ศ.117 โดยจัดตั้งเป็นที่ว่าการอำเภอหมู่บ้าน คลองยายดำตำบลพลิ้ว อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอปัจจุบันประมาณ 12 กิโลเมตร มีชื่อว่า “อำเภอพลิ้ว ”


เมื่อ ร.ศ.112 (พ.ศ.112 (พ.ศ. 2436) ทหารฝรั่งเศสได้ยึดจังหวัดจันทบุรี เป็นเมืองประกันเพื่อการเจรจาทางการฑูต เรื่องเมืองชายฝั่งแม่น้ำโขง และได้แบ่งแยกกองทหาร 1 กองร้อย ไปกระจายที่บ้านปากน้ำแหลมสิงห์ เพราะถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการป้องกันข้าศึกที่จะเข้ามาทางทะเล ทหารฝรั่งเศสได้ยึดจังหวัดจันทบุรี จนถึง ร.ศ.123 รวมเป็นเวลา 11 ปี จึงได้ย้ายกองทหารออกไปจังหวัดตราดพร้อมทั้งถอนทหารที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ออกไปโดยสิ้นเชิง แล้วทางราชการเห็นว่าหมู่บ้านปากน้ำแหลมสิงห์ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดประกอบกับทหารฝรั่งเศสได้ทิ้งอาคารข้าวของไว้มากควรจะได้ดูแลรักษา จึงย้ายอำเภอพลิ้วที่หมู่บ้านคลองยายดำ ไปตั้งหมู่บ้านปากน้ำแหลมสิงห์ ตั้งแต่ พ.ศ.2247 ครั้งแรกได้อาศัยที่ทำการของทหารฝรั่งเศสเป็นที่ว่าการอำเภอชั่วคราวและได้เปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น “ อำเภอแหลมสิงห์ ” เหตุที่ใช้คำว่า “ อำเภอแหลมสิงห์ ” เป็นชื่ออำเภอใหม่นั้น มีประวัติศาสตร์พออ้างอิงได้ ดังนี้.-


ปากน้ำจังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ติดกับอ่าวไทยใกล้กับที่ว่าการอำเภอแหลมสิงห์ เมื่อครั้งก่อนนั้น มีเขาลูกหนึ่งชื่อว่า “ เขาแหลมสิงห์ ” อยู่ริมทะเลด้านหน้าของเขามีหินเป็นแก่งเกาะยื่นล้ำออกไปในทะเลมีสิ่งมหัศจรรย์ ธรรมชาติได้เสกก้อนหินศิลาใหญ่สองก้อนคล้ายสิงโต 2 ตัว มีหัว มีลำตัว มีหาง มีเท้าและดวงตา มีขนาดลำตัวยาว 6 เมตร กว้าง 1.50 เมตร สูงจากพื้นน้ำทะเล 2.50 เมตร ยืนคู่กันล้ำออกไปในทะเลดูสง่างามน่าเกรงขามคล้าย ๆ กับสัตว์คู่นี้เฝ้าคอยประตูจังหวัดจันทบุรีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน สิงโตคู่นี้จึงเป็นที่นับถือสักการะอย่างยิ่งของชาวประมง ตามประวัติโบราณกล่าวว่า เมื่อก่อนสิงโตคู่นี้เป็นตัวผู้และตัวเมียอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอและมักจะลงอาบน้ำทะเลด้วยกันทุกวัน ต่อมามีชาวต่างชาติ (ฝรั่งเศส) ได้มาคอยดักทำร้ายสิงโตคู่นี้ โดยใช้วัตถุระเบิดชนิดหนึ่งทำลาย สิงโตตัวหนึ่งตายอีกตัวหนึ่งวิ่งหนีลงทะเลไปได้ ครั้งชาวต่างชาติกลับไปแล้ว ตัวที่หนีลงทะเลได้มายืนอยู่ตรงแหลมของเขาเป็นเวลานานจนกลายเป็นรูปหินยืนหยัด อยู่ริมทะเล ส่วนตัวที่ตาเหลือแต่ซากหินสลักหักพังยืนข้างศิลาตัวใหญ่พอจะจับสังเกตุเป็นรูปเค้าสิงโตได้บ้าง จนชาวบ้านแถบนี้จึงเรียกติดปากเป็นแหลมสิงห์ มาจนทุกวันนี้ และที่ตั้งอำเภอแหลมสิงห์ เป็นแผ่นดินอยู่ใกล้แหลมที่มีรูปสิงโตอยู่ จึงเอาชื่อแหลมสิงห์ เป็นศิริมงคลตั้งชื่ออำเภอแหลมสิงห์ มาจนทุกวันนี้